กระจกฮีทสเตรงค์เท่น

กระจกฮีทสเตรงค์เท่น ( Heatstrengthened Glass ) ผลิตด้วยกระบวนการเดียวกับกระจกนิรภัยเทมเปอร์ ใช้ความร้อนเท่ากัน แต่การทำให้เย็น จะทำแบบช้าๆ เพื่อให้ความเครียดในเนื้อกระจกและผิวกระจกน้อยกว่าความเครียดในเนื้อและผิวกระจกนิรภัยเทมเปอร์  จึงมีความแข็งแรง และการทนการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้อยกว่ากระจกนิรภัยเทมเปอร์  

ขั้นตอนการผลิต  ( Heatstrengthened Glass Process )  ชมได้จาก  วีดีโอ

กระจกฮีทสเตรงค์เท่นไม่มีข้อด้อยในเรื่องการแตกด้วยตัวเองเช่นเดียวกับกระจกนิรภัยเทมเปอร์  เพราะความเครียดที่เกิดขึ้นในเนื้อกระจกน้อยกว่ามาก และการแตกจะไม่เป็นเม็ดข้าวโพด แต่จะแตกเป็นชิ้นใหญ่ๆ รอยแตกจะวิ่งเข้าหากระจก และไม่มีรอยร้าวในเนื้อกระจกจำนวนมากเช่นเดียวกับการแตกของกระจกธรรมดา

เนื่องจากกระจกฮีทสเตรงค์เท่น สามารถทนแรงกดและแรงอัดได้ แม้จะน้อยกว่าการทนของกระจกนิรภัยเทมเปอร์ แต่ก็เพียงพอต่อการใช้อุปกรณ์จับยึดต่างๆ

ชนิดของกระจกที่สามารถผลิตเป็นกระจกฮีทสเตรงค์เท่นได้ เหมือนกับชนิดกระจกที่สามารถผลิตเป็นกระจกนิรภัยเทมเปอร์

 

ลักษณะเด่น

♦  กระจกฮีทสเตรงค์เท่น มีความแข็งแรงกว่ากระจกโฟลท 2 เท่า ทำให้สามารถร้บแรงกระแทก แรงกด แรงบีบ ได้ดี

♦  กระจกฮีทสเตรงค์เท่น ทนความร้อนได้สูงถึง 290ºC โดยกระจกไม่แตก

♦  กระจกฮีทสเตรงค์เท่น ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลันได้ถึง 100ºC

♦  กระจกฮีทสเตรงค์เท่น เมื่อกระจกแตก รอยร้าวแตกจะวิ่งเข้าหาขอบกระจก และรอยร้าวดังกล่าวจะมีจำนวนไม่มาก ทำให้กระจกยังเป็นชิ้นใหญ่ๆ ซึ่งใหญ่กว่าการแตกร้าวของกระจกธรรมดา

♦  กระจกฮีทสเตรงค์เท่น ไม่แตกด้วยตัวเองแบบเดียวกับการแตกด้วยตัวเองของกระจกนิรภัยเทมเปอร์

 

ลักษณะด้อย

♦  กระจกฮีทสเตรงค์เท่น ไม่สามารถ ตัด เจีย เจาะ บาก ได้

♦  เนื่องด้วยกระจกฮีทสเตรงค์เท่น เป็นกระจกที่ผ่านกระบวนการความร้อนสูงขนาดที่กระจกนิ่ม กระจกจึงยังเป็นคลื่นและมีการโก่งตัวเล็กน้อย

♦  กระจกฮีทสเตรงค์เท่น ไม่สามารถใช้ทดแทนกระจกนิรภัยเทมเปอร์ได้ เพราะการรับแรงกระแทก แรงกด แรงบีบ น้อยกว่า และ การที่กระจกฮีทสเตรงค์เท่นแตกเป็นชิ้นใหญ่ หากไม่มีกรอบรอบกระจกเมื่อแตกยังทำให้เกิดอันตรายอย่างรุนแรงได้

 

การนำไปใช้งาน

♦  เนื่องจากรับแรงกระแทกมากกว่ากระจกธรรมดา แต่น้อยกว่ากระจกเทมเปอร์ จึงเหมาะกับใช้บางพื้นที่ที่ไม่ต้องรับแรงกระแทกสูงมาก แต่หลีกเลี่ยงโอกาสกระจกแตกด้วยตัวเอง ก็สามารถเลือกใช้กระจกฮีทสเตรงค์เท่นได้

♦  ที่ต้องการความปลอดภัยเมื่อกระจกแตก ต้องไม่ร่วงลงมา  เช่น กระจกที่ติดในที่สูงบริเวณมีคนเดินผ่าน

♦  ผนังกระจกสำหรับอาคารสูงเกินแปดชั้น มีข้อห้ามใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์ เพราะกระจกนิรภัยเทมเปอร์เมื่อแตก จะเป็นเม็ดเล็ก ทำให้เมื่อแตกจะมีโอกาสหลุดร่วงออกจากกรอบ ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่เดินผ่านไปมาได้ แต่กระจกฮีทสเตรงค์เท่น จะมีรอยร้าววิ่งเข้าหาขอบกระจกและมักจะยึดติดอยู่กับกรอบ จึงไม่หลุดร่วงลงมา

 

ขนาดและความหนา

♦  ความหนาที่สามารถผลิตกระจกฮีทสเตรงค์เท่นได้ คือ 3, 4, 5, 6, 8, 10, 12 มม.

♦  ขนาดเล็กสุดที่สามารถผลิตได้คือ 180 x 180 มม.

♦  ขนาดใหญ่สุดที่สามารถผลิตได้คือ 2800 x 6200 มม.

หมายเหตุ: กระจกบาง ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ กรุณาสอบถามขนาดก่อนสั่งผลิต

 

ข้อควรระวังในการใช้งาน

♦  กระจกฮีทสเตรงค์เท่น ไม่สามารถตัด เจาะ บาก ได้ หลังจากการผลิตเป็นกระจกฮีทสเตรงค์เท่น ดังนั้นการวัดพื้นที่ จำเป็นต้องวัดอย่างระมัดระวัง และควรใช้หน่วย มิลลิเมตรในการวัดเพื่อความแม่นยำ การเผื่อหลวมจะช่วยให้การติดตั้งง่ายขึ้น แต่ต้องไม่หลวมจนกระจกหลุดจากคิ้ว

♦  ไม่ควรใช้กระจกฮีทสเตรงค์เท่นเดี่ยวๆ เป็นหลังคา เพราะหากกระจกแตก กระจกจะร่วงลงมาถูกคนที่อยู่ข้างใต้ได้

♦  ไม่ควรใช้กระจกฮีทสเตรงค์เท่นเดี่ยวๆ เป็นพื้นอาคาร เป็นพื้นสำหรับเดิน หรือเป็นขั้นบันได เพราะหากกระจกแตก ผู้เดินอยู่จะพลัดตกลงมาได้ รวมทั้งอาจเกิดอันตรายต่อผู้อยู่ด้านล่างได้

♦  การเลือกใช้กระจกฮีทสเตรงค์เท่นแทนกระจกนิรภัยเทมเปอร์ ต้องคำนวณการรับแรงให้ถี่ถ้วน รวมทั้งต้องคำนึงถึงการติดตั้งว่า จะเกิดอันตรายอย่างรุนแรงได้

♦  ห้ามใช้กระจกฮีทสเตรงค์เท่นทดแทนกระจกกันไฟ เพราะกระจกฮีทสเตรงค์เท่น ไม่สามารถกันไฟเพื่อความปลอดภัยต่อผู้อาศัยตามข้อกำหนดของการกันไฟได้